คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204
คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204

คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204

คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204 ได้รับการคัดสรรจากเราแล้วว่าเป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ มีผู้สนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ หากคุณ กำลังต้องการ ไอเทม รับรองได้ว่า นี้เป็นสินค้า ที่เหมาะสมกับคุณอย่างแน่นอนคลิก เพื่อดูรายละเอียด ★★★★★ รีวิวถูกสุดๆ

คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204 * ผลิตจากโลหะ คุณภาพดี แข็งแรง* ชุบนิเกิล เงางาม ไม่ลอก ไม่เป็นสนิม* หนีบเอกสารได้แน่น เบาแรง ไม่ต้องออกแรงมาก* หนีบเอกสารได้ 15 มม.* หน้ากว้าง 1 1/4 นิ้ว/ตัว* บรรจุ 12 ตัว/แพ็ค, 1 แพ็ค

ปัจจุบันโลกออนไลน์ทำให้เราเข้าถึงสินค้าต่าง ๆ ได้หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว แค่สไลด์ดูฟีดในโซเชียลก็อาจเจอโฆษณาคั่น จนกลายเป็นโรคทรัพย์จางไปได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ต้นเดือน อีกทั้งช่องทางการชำระเงินก็สะดวกสบาย พร้อมจะทำให้เงินในกระเป๋าบินจากเราไปอย่างรวดเร็ว มีงานวิจัยของ Paypal ระบุว่าในปี มีนักช้อปคนไทยใช้จ่ายออนไลน์ประมาณ 8 ล้านคน มียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 325,614 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วใช้จ่ายตกคนละ 41,215 บาทต่อปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงมีกฏเหล็ก 5 ข้อสำหรับนักช้อปออนไลน์ เพื่อให้เราใช้จ่ายได้อย่างชาญฉลาด และยังเหลือเก็บอีกด้วย

ทำบัญชีเงินช้อปให้ “คล่องตัวน้อยลง” สังเกตไหมครับ การช้อปออนไลน์ในยุคต้นๆ ยังไม่ดูดเงินจากกระเป๋าเราได้มากเท่าตอนนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งที่สำคัญมาจากระบบการชำระเงินและการขนส่งที่พัฒนาขึ้นหลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น ผูกกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของเราไปเลย รวมทั้งโมบายแบงก์กิ้งที่โอนง่ายจ่ายไว เพิ่มความสะดวกสบายให้นักช้อปยุคใหม่ สมัยก่อนหากเราจะช้อปสินค้าออนไลน์ ทางร้านก็ต้องรอเราโอนเงินเข้าไป ซึ่งจุดนี้เป็นช่องโหว่ให้ลูกค้ามีการ “ประวิงเวลาตัดสินใจ” อาจเปลี่ยนใจไม่ซื้อได้โดยการไม่โอนเงิน แต่สมัยนี้หลายร้านค้าต่างก็พัฒนาวิธีชำระเงินให้เก็บเงินปลายทางได้ ชำระผ่านบาร์โค้ด/QR CODE ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หักบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่ผ่อนชำระก็ยังได้ ความสะดวกทำให้กระบวนการประวิงเวลาตัดสินใจนั้นลดลง วิธีแก้ได้เบื้องต้นสำหรับคนที่อดใจช้อปไม่ไหวจริงๆ คือทำให้บัญชีช้อปปิ้งของเรามีความสะดวกในการจ่ายออกน้อยลง เช่น เป็นบัญชีที่มีแค่บัตรเดบิตที่ไม่ผูกไว้กับการชำระเงินออนไลน์ หรือหากจะใช้บัตรเครดิต ก็ให้ใส่เงินเท่าจำนวนจริงของสิ่งของที่จะซื้อลงไปในบัตรก่อน ไม่เอาเงินในอนาคตมาใช้ เป็นต้น

เงินที่ไม่ได้จ่าย = เงินที่ได้ การประวิงเวลาในการตัดสินใจในข้อ 1 จะช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น เอ๊ะ..ยังไงนะ?! แนวคิดนี้คือ การมองว่า “เงินที่เราไม่ได้จ่าย ไม่ได้ช้อป จริงๆ แล้วก็เท่ากับเงินได้ของเรานี่แหละ” ตัวอย่างเช่น เราอยากได้รองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ยี่ห้อหนึ่ง ลดราคา 1,990 บาท น่าสอยมาซะจริง เป็นไอเท็มที่เราแพลนไว้แล้วว่า เสาร์อาทิตย์นี้ต้องไปซื้อให้ได้ แต่หากเราประวิงเวลาตัดสินใจ พอถึงวันเสาร์อาทิตย์ ปรากฏว่าเราไม่ได้ซื้อ วันต่อๆ ไปก็ไร้วี่แววว่าจะซื้อ ก็เท่ากับ เราไม่ต้องเสียเงิน 1,990 บาท จากบัญชีนั่นเองครับ เงินส่วนนี้ล่ะคือเงินได้ของเรา

“ของมันต้องมี” แต่คิดอีกที...ไม่มีก็ได้นะ ร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงนักช้อปได้เป็นรายคน ออกโปรโมชั่น ทำคอนเทนต์ดึงดูดใจ โฆษณาหนักหน่วงให้เราหวั่นไหว กฏข้อนี้จึงสำคัญที่สุด คือต้องคำนึงถึง “ความจำเป็น” ของสินค้าก่อนที่จะช้อปปิ้ง สาเหตุที่ทำได้ยาก เพราะมุมมองที่เรามีต่อการซื้อสินค้านั่นเอง ส่วนใหญ่เราจะมองว่าสินค้าที่ซื้อมา เป็นสมบัติที่เราได้ครอบครอง ซึ่งก็จริงนี่... แต่ในหนังสือ The Richest Man in Babylon สอนแนวคิดนี้ไว้อย่างน่าสนใจอีกแง่มุมหนึ่งว่า สินค้าที่เราซื้อมา ให้มองว่าเป็น “เงินที่เราจ่ายให้กับคนอื่น” เช่น จ่ายให้คนทำรองเท้า จ่ายให้ช่างทำเสื้อผ้า ร้านทำผม คนทำอาหาร ฯลฯ เป็นเงินที่เราหามาแล้วเอาไปให้คนอื่น The Richest Man in Babylon จึงสอนแนวคิดการ “จ่ายให้กับตัวเอง” คือการเก็บออมเงินที่หามาได้อย่างน้อย 10% ก่อนที่จะเอาเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น ส่วนทางธนาคารกรุงศรี เองมีนโยบายรณรงค์ให้เก็บออมกันให้ได้ 20% ของรายได้ เพื่อให้มีเงินเก็บไว้ต่อยอดการลงทุน ลองเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อการซื้อสินค้าและการใช้จ่ายดู แล้วเราจะพบว่าพฤติกรรมในการช้อปจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปครับ

เช็คก่อนช้อป บางครั้งการซื้อของออนไลน์ก็ทำให้เราผิดหวังกับสินค้าที่ได้มา เพราะนอกจากไซส์จะใส่ไม่ได้แล้ว ของจริงก็อาจไม่ตรงปก สีผิดไปจากภาพโฆษณาหรือที่นางแบบใส่ แม้กระทั่งมีปัญหาระหว่างการจัดส่ง หนักเข้าก็เจอบางร้านที่หลอกให้ชำระเงิน แต่กลับไม่ได้สินค้า หรือส่งสินค้าที่มีปัญหากลับไปนานแล้วยังไม่ได้เงินคืน ฯลฯ ฉะนั้นนักช้อปต้องเช็ครายละเอียดของร้านค้าให้แน่ใจก่อนช้อป ดูจากคอมเมนท์รีวิวนอกเพจร้านค้าประกอบว่าร้านค้ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ คนที่มารีวิวชมมากไปจนเหมือนเป็นหน้าม้าหรือเปล่า มีประวัติไม่ส่งสินค้าไหม ราคาถูกจนผิดปกติหรือไม่ หากไม่พอใจสามารถคืนสินค้าได้หรือเปล่า หรือหากได้รับของล่าช้าต้องติดต่อใคร ฯลฯ สุดท้าย อย่าลืมเปรียบเทียบราคากับร้านอื่นก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้เจอร้านค้าที่ราคาดีที่สุดครับ

แบ่งงบสำหรับช้อป: เรื่องจริงที่ทำกันยาก แต่ฝึกเป็นนิสัยได้ ก่อนจ่ายเงินไปกับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากมีเงินรายได้เข้าบัญชี คือการแบ่งงบไว้สำหรับการออม 20% ส่วนเงินช้อป ควรกำหนดว่าจะตั้งงบให้ส่วนนี้เดือนละเท่าไร (แนะนำให้ไม่เกิน 20-30% ของรายได้) ควรวางแผนเงินออมและเงินเงินช้อปปิ้งให้ดี เพราะเงินจุกจิกก้อนนี้นี่แหล่ะที่จะกระทบเงินก้อนอื่น ๆ เป็นทอด ๆ การช้อปปิ้งอาจจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แต่หากมากไปจนเพลิน ผ่านไปหลายเดือนหลายปีก็ยังไม่มีเงินเก็บเหมือนเพื่อนๆ เขาสักที มีแต่นำทุกข์มาให้ เพราะฉะนั้นหากเจอของถูกใจอีกเมื่อไร อย่าลืมกฏเหล็ก

★เช็คราคา คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204

รีวิวที่นี่ ไอเทม ได้รับการเลือกแล้วว่า มีความคุ้มค่ากับราคา มีผู้สนใจสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ หากคุณ กำลังต้องการ ไอเทม รับรองได้ว่า นี้เป็นสินค้า ที่เหมาะสมกับคุณอย่างแน่นอนคลิก เพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับ คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204เพิ่มเติม

รายละเอียดสินค้า

* ผลิตจากโลหะ คุณภาพดี แข็งแรง* ชุบนิเกิล เงางาม ไม่ลอก ไม่เป็นสนิม* หนีบเอกสารได้แน่น เบาแรง ไม่ต้องออกแรงมาก* หนีบเอกสารได้ 15 มม.* หน้ากว้าง 1 1/4 นิ้ว/ตัว* บรรจุ 12 ตัว/แพ็ค, 1 แพ็ค

ปัจจุบันโลกออนไลน์ทำให้เราเข้าถึงสินค้าต่าง ๆ ได้หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว แค่สไลด์ดูฟีดในโซเชียลก็อาจเจอโฆษณาคั่น จนกลายเป็นโรคทรัพย์จางไปได้ง่าย ๆ ตั้งแต่ต้นเดือน อีกทั้งช่องทางการชำระเงินก็สะดวกสบาย พร้อมจะทำให้เงินในกระเป๋าบินจากเราไปอย่างรวดเร็ว มีงานวิจัยของ Paypal ระบุว่าในปี มีนักช้อปคนไทยใช้จ่ายออนไลน์ประมาณ 8 ล้านคน มียอดใช้จ่ายอยู่ที่ 325,614 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วใช้จ่ายตกคนละ 41,215 บาทต่อปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เราจึงมีกฏเหล็ก 5 ข้อสำหรับนักช้อปออนไลน์ เพื่อให้เราใช้จ่ายได้อย่างชาญฉลาด และยังเหลือเก็บอีกด้วย

ทำบัญชีเงินช้อปให้ “คล่องตัวน้อยลง” สังเกตไหมครับ การช้อปออนไลน์ในยุคต้นๆ ยังไม่ดูดเงินจากกระเป๋าเราได้มากเท่าตอนนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งที่สำคัญมาจากระบบการชำระเงินและการขนส่งที่พัฒนาขึ้นหลากหลายและรวดเร็วมากขึ้น ผูกกับบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของเราไปเลย รวมทั้งโมบายแบงก์กิ้งที่โอนง่ายจ่ายไว เพิ่มความสะดวกสบายให้นักช้อปยุคใหม่ สมัยก่อนหากเราจะช้อปสินค้าออนไลน์ ทางร้านก็ต้องรอเราโอนเงินเข้าไป ซึ่งจุดนี้เป็นช่องโหว่ให้ลูกค้ามีการ “ประวิงเวลาตัดสินใจ” อาจเปลี่ยนใจไม่ซื้อได้โดยการไม่โอนเงิน แต่สมัยนี้หลายร้านค้าต่างก็พัฒนาวิธีชำระเงินให้เก็บเงินปลายทางได้ ชำระผ่านบาร์โค้ด/QR CODE ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส หักบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่ผ่อนชำระก็ยังได้ ความสะดวกทำให้กระบวนการประวิงเวลาตัดสินใจนั้นลดลง วิธีแก้ได้เบื้องต้นสำหรับคนที่อดใจช้อปไม่ไหวจริงๆ คือทำให้บัญชีช้อปปิ้งของเรามีความสะดวกในการจ่ายออกน้อยลง เช่น เป็นบัญชีที่มีแค่บัตรเดบิตที่ไม่ผูกไว้กับการชำระเงินออนไลน์ หรือหากจะใช้บัตรเครดิต ก็ให้ใส่เงินเท่าจำนวนจริงของสิ่งของที่จะซื้อลงไปในบัตรก่อน ไม่เอาเงินในอนาคตมาใช้ เป็นต้น

เงินที่ไม่ได้จ่าย = เงินที่ได้ การประวิงเวลาในการตัดสินใจในข้อ 1 จะช่วยให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้น เอ๊ะ..ยังไงนะ?! แนวคิดนี้คือ การมองว่า “เงินที่เราไม่ได้จ่าย ไม่ได้ช้อป จริงๆ แล้วก็เท่ากับเงินได้ของเรานี่แหละ” ตัวอย่างเช่น เราอยากได้รองเท้าคอลเลคชั่นใหม่ยี่ห้อหนึ่ง ลดราคา 1,990 บาท น่าสอยมาซะจริง เป็นไอเท็มที่เราแพลนไว้แล้วว่า เสาร์อาทิตย์นี้ต้องไปซื้อให้ได้ แต่หากเราประวิงเวลาตัดสินใจ พอถึงวันเสาร์อาทิตย์ ปรากฏว่าเราไม่ได้ซื้อ วันต่อๆ ไปก็ไร้วี่แววว่าจะซื้อ ก็เท่ากับ เราไม่ต้องเสียเงิน 1,990 บาท จากบัญชีนั่นเองครับ เงินส่วนนี้ล่ะคือเงินได้ของเรา

“ของมันต้องมี” แต่คิดอีกที...ไม่มีก็ได้นะ ร้านค้าออนไลน์ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงนักช้อปได้เป็นรายคน ออกโปรโมชั่น ทำคอนเทนต์ดึงดูดใจ โฆษณาหนักหน่วงให้เราหวั่นไหว กฏข้อนี้จึงสำคัญที่สุด คือต้องคำนึงถึง “ความจำเป็น” ของสินค้าก่อนที่จะช้อปปิ้ง สาเหตุที่ทำได้ยาก เพราะมุมมองที่เรามีต่อการซื้อสินค้านั่นเอง ส่วนใหญ่เราจะมองว่าสินค้าที่ซื้อมา เป็นสมบัติที่เราได้ครอบครอง ซึ่งก็จริงนี่... แต่ในหนังสือ The Richest Man in Babylon สอนแนวคิดนี้ไว้อย่างน่าสนใจอีกแง่มุมหนึ่งว่า สินค้าที่เราซื้อมา ให้มองว่าเป็น “เงินที่เราจ่ายให้กับคนอื่น” เช่น จ่ายให้คนทำรองเท้า จ่ายให้ช่างทำเสื้อผ้า ร้านทำผม คนทำอาหาร ฯลฯ เป็นเงินที่เราหามาแล้วเอาไปให้คนอื่น The Richest Man in Babylon จึงสอนแนวคิดการ “จ่ายให้กับตัวเอง” คือการเก็บออมเงินที่หามาได้อย่างน้อย 10% ก่อนที่จะเอาเงินไปใช้จ่ายอย่างอื่น ส่วนทางธนาคารกรุงศรี เองมีนโยบายรณรงค์ให้เก็บออมกันให้ได้ 20% ของรายได้ เพื่อให้มีเงินเก็บไว้ต่อยอดการลงทุน ลองเปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อการซื้อสินค้าและการใช้จ่ายดู แล้วเราจะพบว่าพฤติกรรมในการช้อปจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปครับ

เช็คก่อนช้อป บางครั้งการซื้อของออนไลน์ก็ทำให้เราผิดหวังกับสินค้าที่ได้มา เพราะนอกจากไซส์จะใส่ไม่ได้แล้ว ของจริงก็อาจไม่ตรงปก สีผิดไปจากภาพโฆษณาหรือที่นางแบบใส่ แม้กระทั่งมีปัญหาระหว่างการจัดส่ง หนักเข้าก็เจอบางร้านที่หลอกให้ชำระเงิน แต่กลับไม่ได้สินค้า หรือส่งสินค้าที่มีปัญหากลับไปนานแล้วยังไม่ได้เงินคืน ฯลฯ ฉะนั้นนักช้อปต้องเช็ครายละเอียดของร้านค้าให้แน่ใจก่อนช้อป ดูจากคอมเมนท์รีวิวนอกเพจร้านค้าประกอบว่าร้านค้ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ คนที่มารีวิวชมมากไปจนเหมือนเป็นหน้าม้าหรือเปล่า มีประวัติไม่ส่งสินค้าไหม ราคาถูกจนผิดปกติหรือไม่ หากไม่พอใจสามารถคืนสินค้าได้หรือเปล่า หรือหากได้รับของล่าช้าต้องติดต่อใคร ฯลฯ สุดท้าย อย่าลืมเปรียบเทียบราคากับร้านอื่นก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้เจอร้านค้าที่ราคาดีที่สุดครับ

แบ่งงบสำหรับช้อป: เรื่องจริงที่ทำกันยาก แต่ฝึกเป็นนิสัยได้ ก่อนจ่ายเงินไปกับค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ สิ่งแรกที่ต้องทำหลังจากมีเงินรายได้เข้าบัญชี คือการแบ่งงบไว้สำหรับการออม 20% ส่วนเงินช้อป ควรกำหนดว่าจะตั้งงบให้ส่วนนี้เดือนละเท่าไร (แนะนำให้ไม่เกิน 20-30% ของรายได้) ควรวางแผนเงินออมและเงินเงินช้อปปิ้งให้ดี เพราะเงินจุกจิกก้อนนี้นี่แหล่ะที่จะกระทบเงินก้อนอื่น ๆ เป็นทอด ๆ การช้อปปิ้งอาจจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย แต่หากมากไปจนเพลิน ผ่านไปหลายเดือนหลายปีก็ยังไม่มีเงินเก็บเหมือนเพื่อนๆ เขาสักที มีแต่นำทุกข์มาให้ เพราะฉะนั้นหากเจอของถูกใจอีกเมื่อไร อย่าลืมกฏเหล็ก

อุปกรณ์สำนักงานเบ็ดเตล็ด. อุปกรณ์การเย็บกระดาษ · ไม้บรรทัด · ลวดเสียบและคลิปต่างๆ · พวงกกุญแจ · เหล็กเสียบบิล · กระดิ่งตั้งโต๊ะ · ตรายาง,แท่นประทับและอุปกรณ์ต่างๆ

คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204

ช้อป…!!! อย่างฉลาด ในยุคเศรษฐกิจ ต้องรัดเข็มขัดเช่นนี้ จะทำอะไรหรือซื้ออะไรก็แล้วแต่ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ เลยก็คือ ค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากการช้อปปิ้ง การเดินทาง ท่องเที่ยว รวมถึงการใช้สอยเงินในเรื่องต่างๆ

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าการ ช้อปปิ้ง เป็นกิจกรรมคลายเครียดยอดฮิตสำหรับคนมีชีวิตชิคๆ ในเมือง แต่ในยุคภาวะเศรษฐกิจฝืดเช่นนี้ คงต้องเริ่มพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับการช้อปอย่างไม่ลืมหูลืมตาเสียแล้ว และนี่คือทิปส์ง่ายๆ ในการช้อปปิ้ง เป็นการตั้งสติก่อนสตาร์ทก่อนออกไปช้อปกระจาย

1 เลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น อย่าซื้อเพื่อสะสมแต้ม หรือสะสมยอดแลกของแถม ของบางอย่างหากพิจารณาแล้วว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้ในตอนนั้น ก็ให้รอช่วงลดราคาตามเทศกาลต่างๆ ของใช้ฟุ่มเฟือยประเภทเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ ควรกลับไปถามตัวเองก่อนว่าอยากได้จริงหรือไม่ซื้อแล้วได้ใช้คุ้มค่าไหม

2 เปรียบเทียบคุณภาพและราคาสินค้า หากสินค้าสองอย่างมีคุณภาพเท่าเทียมกัน ให้เลือกซื้อของที่ราคาถูกกว่า ไม่ต้องไปยึดติดกับแบรนด์สินค้าที่อาจตั้งราคาไว้สูงเกินจริง

3 หากแพงแต่ซื้อแล้วคุ้ม ใช้ได้นาน ของมีความทนทาน ก็ยอมจ่ายไปเถอะ ดีกว่าซื้อของราคาถูกมาแต่ต้องซื้อบ่อยๆ อย่างพวกรองเท้า กระเป๋ามือสอง ที่เมื่อคำนวณดูแล้วจ่ายมากกว่าซื้อของแพงชิ้นเดียว เสียอีก อย่าเป็นพวกเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายเลย

4 ช้อปแบบวางแผนล่วงหน้า โดยการจดรายการของที่จะซื้อ นอกจากนี้หากของที่จะซื้อมีเพียงแค่ชิ้นสองชิ้น คำนวณค่าน้ำมันรถไปห้างแล้วแพงกว่าซื้อที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องออกไปข้างนอกให้เปลืองแรง แถมยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย

5 ซื้อเสื้อผ้าเรียบๆ แบบคลาสสิกเก็บไว้บ้าง อย่างพวกเสื้อสูท ชื่อชุดเดรสสีพื้นๆ เพราะของพวกนี้จะสามารถหยิบมาใส่เมื่อไรก็ได้ อาจเอามาประยุกต์นิดหน่อย เท่านี้ ก็ใช้ได้อีกนาน ไม่ตกเทรนด์แน่นอน

6 ลดการใช้เครดิตการ์ด เพราะเวลาเรารูดซื้อของ จะไม่เห็นเงินสดละลายหายไปต่อหน้าต่อตา กว่าจะรู้ตัว อีกทีก็สายไปแล้ว หรือไม่ก็ใช้แค่ใบเดียว และจ่ายค่าบัตรแบบไม่ผ่อนชำระ

7 ซื้อของลดราคา เหมาโหลถูกกว่า เพื่อความประหยัดและคุ้มสุดๆ หรือเลือกซื้อ ช่วงซื้อ 1 แถม 1 โดยอาจหารครึ่งกับเพื่อน แต่ก็ต้องดูให้ดีๆ อย่าหลงคำโฆษณา ชวนเชื่อจากสื่อต่างๆ ควรพิจารณาดูเสียก่อนว่ามีความคุ้มค่าจริงๆ


บริการที่เรามีเมื่อคุณซื้อ ไอเทม กับเรา
1.มีบริการ เก็บเงินหลังจากได้รับสินค้า ไม่ต้องพะวักพะวง ว่าซื้อแล้ว จะไม่ได้รับสินค้า
2.มีบริการ ช่องทางจ่ายเงินมากมายหลากหลาย เช่น โอนเงินผ่านธนาคาร,โอนเงินผ่านธนาคาร,เคาเตอร์เซอวิส,paypal เป็นต้น
3.มีบริการ รับประกันสินค้า คือค่าใช้จ่ายซื้อสินค้า คืนของ หลังจากที่ซื้อไปแล้ว ภายในเวลาเพียง 1 อาทิตย์
และบริการอีกมามาย
ที่เราพร้อมจะมอบให้กับลูกค้าสั่งซื้อ ไอเทม ออนไลน์ กับเราเท่านั้น ##### คลิกเลย เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม........#######

ข้อมูลเพิ่มเติม เมื่อคุณสั่งซื้อ

1.เวลาประกันของสินค้า เมื่อสั่งซื้อ ไอเทม
2.คู่มือการใช้งาน ต่างๆที่จำเป็น เช่น ข้อมูลจำเพาะของ ไอเทม
3.สถานะการจัดส่ง ไอเทม
4.รายละเอียดที่ให้ข้อมูลสินค้า ของ ไอเทม
5.รีวิวข้อดีข้อเสีย
6.การเปลี่ยนสินค้าที่เกิดจากความผิดพลาดจากร้านค้า
7.ถ้าเป็นสินค้าประเภทอาหารต้องดูระยะเวลาที่หมดอายุหรือวันที่ผลิต
8.รายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และคู่มือการใช้งาน
และข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย คลิกเลยเพื่อดูรายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ของ คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204 ซึ่งเราได้เตรียมข้อมูลไว้ให้คุณแล้ว

คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204

ช้อปปิ้งออนไลน์ ช่วยประหยัดเงินนะ ! หนทางแรกของการมีเงินเหลือก็คือการประหยัดเงิน การประหยัดได้หนึ่งบาทเทียบได้กับการหาเงินได้หนึ่งบาท ทุกวันนี้คนเราจึงแสวงหาทนทางที่จะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ลงทั้งการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาอย่างประหยัด ซื้อของที่จำเป็นและลดการฟุ่มเฟือย คนที่มัธยัถส์และรู้จักการใช้เงินเรียกได้ว่าเป็นคนที่วางแผนการเงินเป็น รู้ว่าอะไรควรซื้ออะไรไม่ควรซื้อ ในยุคที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้นทั้งการพัฒนาด้านความเร็วและการให้บริการของร้านค้าต่าง ๆ ผ่านระบบเว็บไซต์ จึงทำให้คนนิยมมาช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น และยิ่งมากขึ้นอีกเมื่อระบบสมาร์ทโฟนได้เข้าถึงกลุ่มคนทุกระดับ ทำไมคนจึงนิยมช้อปปิ้งออนไลน์กัน และมีวิธีการอย่างไร ต้องระมัดระวังอะไรบ้างในการ ช้อปปิ้งออนไลน์

ข้อดีของการช้อปปิ้งออนไลน์ การซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตให้ความสะดวกอย่างมาก ในด้านของการประหยัดเวลา ประหยัดค่าเดินทางไม่ต้องออกไปหาสินค้าเอง ยิ่งเป็นสินค้าที่หายากหรือเป็นของสะสมด้วยแล้วยิ่งไม่มีการวางจำหน่ายตามร้านทั่วไปแน่นอน ดังนั้นผู้ซื้อจะมีโอกาสได้หาของสะสมที่หายาก เช่น CD เพลงเก่า หนังสือเก่า หนังสือการ์ตูน ตุ๊กตา โมเดล ตลอดจนของมือสองอื่น ๆ ประโยชน์ที่ชัดเจนคือได้ของดีราคาถูกจากผู้ขายโดยตรง สามารถเลือกเปรียบเทียบราคาสินค้าชนิดเดียวกันได้ แม้กระทั่งของใช้แบรนด์เนมก็ยังมีการนำมาขายผ่านระบบออนไลน์กัน

เว็บไซต์ที่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือ ebay.com ซึ่งค้าขายกันในระดับอินเตอร์ในขณะที่เว็บไซต์อย่าง Aliexpress ก็เป็นคลื่นลูกใหม่ที่กำลังตามกันมา ในประเทศไทยก็มีเว็บไซต์อย่าง Kaidee.com หรือ Lazada.co.th รวมถึงการนำเสนอขายของเองจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Central.co.th ที่ให้บริการรับส่งของถึงหน้าบ้าน มีระบบจ่ายเงินให้เลือกหลายแบบทั้งผ่านบัตรเครดิต โอนเงินธนาคาร หรือรอจ่ายเงินเมื่อได้รับของ ซึ่งให้ความสะดวกกับผู้ซื้ออย่างแท้จริง เพราะบางครั้งไปเดินห้างสาขาใกล้บ้านก็อาจจะยังไม่พบรุ่นของสินค้าที่ตรงใจเท่ากับที่ได้พบจากเว็บไซต์ของห้างเดียวกันก็มี เมื่อมีการเปรียบเทียบราคากันได้ ก็ทำให้เกิดการปรับราคาขึ้นลงที่เหมาะสมตามกลไกตลาด ประโยชน์ก็ตกอยู่กับผู้บริโภคทั่วไป การที่ห้างใหญ่ลงมาจับตลาดการช้อปปิ้งออนไลน์เพราะเล็งเห็นความสำคัญของช่องทางการขายแบบใหม่ที่จะเติบโตมากขึ้นอีกในอนาคต เพราะมีกลุ่มลูกค้าอีกจำนวนมากที่ต้องการซื้อของเพียงบางชิ้นและไม่มีเวลาไปซื้อเองที่ห้างสรรพสินค้าเพราะไม่อยากเสียเวลาวนหาที่จอดรถซึ่งสิ้นเปลืองเวลาและค่าน้ำมัน

ช้อปปิ้งออนไลน์ไม่ใช่เรื่องราคาถูกเท่านั้น แม้ว่าการช้อปปิ้งออนไลน์จะมีประโยชน์หลายอย่าง รวมถึงโอกาสที่จะได้สินค้าราคาถูก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมีความปลอดภัยเสมอไป เมื่อเทียบกับการช้อปปิ้งที่ร้านค้าจริง เรายังสามารถจับต้องสินค้าตรวจสอบสภาพให้แน่ใจก่อนจ่ายเงิน แต่เมื่อเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์เราจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลจึงมีระบบประกันสินค้า 14 วันหลังการซื้อ หากการใช้งานมีปัญหาสามารถเคลมได้ แต่ก็หมายถึงต้องเสียเวลาในการติดต่อเพื่อเคลม จากประสบการณ์ผู้เขียนเคยซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาจากห้างนี้ก็ได้คุณภาพดีไม่มีปัญหาอะไรต้องเคลม สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าคือการซื้อขายของจากบุคคลธรรมดาจากเว็บไซต์ตัวกลางมากกว่า เพราะมีหลายกรณีที่ซื้อของจ่ายเงินแล้วได้รับของที่ไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ หรือโดนแม้กระทั่งไม่ได้รับสินค้าก็มี กลายเป็นเรื่องการล่อลวงให้ซื้อไป

การช้อปปิ้งออนไลน์จึงต้องระมัดระวังด้วยว่ากำลังติดต่ออยู่กับผู้ขายที่น่าเชื่อถือไหม เราสามารถตรวจสอบประวัติได้จากเบอร์โทร อีเมล ชื่อนามแฝง Username ถ้าเป็นไปได้ก็อาจจะต้องนัดรับของจ่ายเงินกันโดยตรง ทั้งนี้มีของบางประเภท เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือสมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอล ซึ่งเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก เสียหายง่ายจากการกระทบกระเทือนหรือปลอมแปลง ไม่ควรซื้อผ่านการซื้อขายสินค้ามือสองและส่งทางไปรษณีย์ เพราะมีข่าวว่าพัสดุสูญหายหรือมีการฉ้อโกงส่งของอย่างอื่นมาแทนสินค้าก็มี ทั้งนี้ยกเว้นการซื้อจากห้างสรรพสินค้าที่มีความน่าเชื่อถือด้านการควบคุมคุณภาพการขนส่งและการรับประกันสินค้า

บัตรเครดิตปลอดภัยหรือไม่ จะว่าไปแล้วการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าทางเว็บไซต์ทั้งแบบจับต้องได้และแบบจับต้องไม่ได้ในต่างประเทศนิยมใช้กันมานานแล้ว เช่น การซื้อขายซอฟท์แวร์ การซื้อขายโดเมนเนมและเว็บโฮสติ้ง รวมถึงการซื้อสินค้าและจ้างบริการต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ที่เป็น Marketplace เช่น amazon.com และ ebay.com รวมถึงการจ่ายค่าลงโฆษณาผ่าน Google และ Facebook เป็นต้น แต่ในประเทศไทยยังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่นิยมการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร การรับสินค้าพร้อมจ่ายเงินด้วยเงินสดมากกว่า

แต่ถ้าต้องการจ่ายด้วยบัตรเครดิต ในบางเว็บไซต์จะมีระบบที่รองรับการจ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยใช้ระบบ Gateway ของธนาคารพาณิชย์ หรือการใช้ระบบของ PayPal ซึ่งทั้งสองแบบต่างก็มีมาตรฐานการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับให้กับลูกค้า เช่น เลขหน้าบัตรเครดิต 16 หลักและเลข CVV 3 หลัก เป็นต้น การจ่ายผ่านระบบ PayPal กลับมีข้อดีที่มีระบบปกป้องผู้ซื้อทำให้ผู้ขายไม่กล้าเบี้ยวเพราะจะถูกระงับการใช้งาน PayPal ไป ก่อนการใช้บัตรเครดิตกับเว็บไซต์ใดก็ตาม ควรจะเป็นเว็บไซต์ที่ใช้โปรโตคอลเข้ารหัส SSL ไว้ ทุกครั้ง โดยสังเกตความแตกต่างที่ http:// ก่อนหน้าชื่อเว็บไซต์ เมื่อเป็นหน้าล๊อกอินที่ต้องกรอกข้อมูลชื่อ รหัสผ่าน เลขบัตรเครดิต ก็จะต้องเป็น https:// เสมอ ตัว S หมายถึงเป็นโปรโตคอลที่มีความปลอดภัยไม่ให้ข้อมูลถูกขโมยไประหว่างการรับส่งสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง

แนวโน้มการช้อปปิ้งออนไลน์จะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต พร้อมกับการจัดแคมเปญด้านการตลาดทั้งส่วนลด เช่น คูปองส่วนลดสำหรับสมาชิกที่สมัครผ่านระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก ระบบคูปองลดราคาเมื่อซื้อสินค้าครั้งต่อไปในมูลค่าที่กำหนด รวมถึงการนับคะแนนแต้มสะสมเพื่อแลกของรางวัล ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ในการสรรหาของที่มีความหลากหลายทั้งด้านรูปแบบ คุณภาพและราคาสินค้า พร้อมกับการพัฒนาระบบให้มีความปลอดภัยมากขึ้นเพื่อกลุ่มผู้ใช้ทุกระดับ ทั้งผู้สูงวัย คนวัยทำงาน บริษัทห้างร้าน ต่างก็สามารถเรียกใช้บริการจากเว็บไซต์ได้โดยตรง

สำหรับในปัจจุบันควรเปรียบเทียบว่าสินค้าใดควรไปเลือกซื้อเองหรือซื้อผ่านระบบออนไลน์ เพราะอาจจะมีเรื่องของกายภาพเขามาเกี่ยวข้อง เช่น ความถนัดมือ น้ำหนัก หรือรูปทรงและสีสันซึ่งการไปชมสินค้าจริงจะได้เห็นมิติที่ครบถ้วนมากกว่า

วิดีโอสำหรับ คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204
คลิปขาวปากแบน 1 1/4 (แพ็ค 12 ตัว) SDI 0204

-
4.5
  • 3
  • 2
  • 0
  • 0
  • 0
Your Rating: